แพ็กเกจทนายความคดีแพ่งและงานเร่งรัดหนี้สิน
เหมาะกับ: ผู้ประกอบการที่มีลูกหนี้การค้าค้างชำระ เจ้าของกิจการที่ถูกผิดสัญญาจ้างทำของ และบริษัทต่างชาติที่ต้องฟ้องคู่ค้าในประเทศไทย
ประเมินตามทุนทรัพย์และชั้นศาลที่คาดว่าต้องดำเนินคดี
สรุปขอบงาน
งานเรียกหนี้ที่ได้ผลไม่ได้เริ่มที่การฟ้อง แต่เริ่มที่การตรวจว่าลูกหนี้มีทรัพย์ให้บังคับคดีหรือไม่ และหลักฐานหนี้ครบพอชนะหรือเปล่า เราตรวจสัญญา ใบสั่งซื้อ และหลักฐานการส่งมอบก่อน แล้วเสนอทางเลือกระหว่างเจรจาประนีประนอม ฟ้องคดีผู้บริโภคซึ่งค่าธรรมเนียมต่ำ หรือฟ้องคดีแพ่งเต็มรูป พร้อมประมาณการค่าใช้จ่ายและระยะเวลาแต่ละทางให้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
ข้อเท็จจริงหลัก
| อายุความที่พบบ่อย | หนี้การค้าทั่วไปมักอยู่ที่ 2 ปี ส่วนหนี้ตามสัญญาทั่วไปอยู่ที่ 10 ปี ควรตรวจรายกรณี |
|---|---|
| ระยะเวลาศาลชั้นต้น | โดยทั่วไป 8–18 เดือนขึ้นกับจำนวนพยานและการเลื่อนนัด |
| ภาษาในการดำเนินคดี | ศาลไทยใช้ภาษาไทย เอกสารต่างประเทศต้องมีคำแปลรับรอง |
| สิ่งที่ต้องเตรียมวันแรก | สัญญา ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการส่งมอบ และประวัติการติดตามทวงถาม |
สิ่งที่รวมในแพ็กเกจ
ประเมินคดีและความสามารถชำระหนี้
ตรวจหลักฐาน อายุความ และข้อมูลทรัพย์สินที่เปิดเผยได้ ก่อนแนะนำว่าควรฟ้องหรือเจรจา
หนังสือบอกกล่าวทวงถามโดยทนายความ
ร่างและส่งอย่างเป็นทางการพร้อมกำหนดเวลาชำระ ซึ่งหลายกรณีจบได้ในขั้นนี้
เจรจาและทำสัญญาประนีประนอมยอมความ
จัดทำข้อตกลงผ่อนชำระที่บังคับได้จริง พร้อมเงื่อนไขผิดนัดที่ชัดเจน
ว่าความในศาลชั้นต้น
ร่างคำฟ้อง ยื่นฟ้อง สืบพยาน และแถลงปิดคดี โดยทนายผู้รับผิดชอบคนเดิมตลอดคดี
บังคับคดีหลังมีคำพิพากษา
ขอออกหมายบังคับคดี สืบทรัพย์ ยึดหรืออายัด และดำเนินการขายทอดตลาด
ระดับแพ็กเกจและกรอบราคา
ระดับเริ่มต้น — หนังสือทวงถามและเจรจา
8,000–20,000 บาทต่อลูกหนี้
ครั้งเดียวต่อราย
เจ้าหนี้การค้าที่มีเอกสารครบและต้องการเรียกชำระก่อนตัดสินใจฟ้อง
- ตรวจอายุความและความสมบูรณ์ของเอกสารหนี้ก่อนออกหนังสือ
- หนังสือทวงถามโดยทนายความพร้อมส่งแบบมีหลักฐานการรับ
- เจรจาทางโทรศัพท์และร่างบันทึกข้อตกลงผ่อนชำระหากตกลงได้
ออกหนังสือภายใน 5 วันทำการ
ปรึกษา 2 ชั่วโมง
ขอใบเสนอราคาระดับนี้ระดับมาตรฐาน — ดำเนินคดีในชั้นศาล
45,000–120,000 บาทต่อคดี
ครั้งเดียว แบ่งชำระตามขั้นตอนคดี
ผู้ประกอบการที่เจรจาไม่สำเร็จและต้องการคำพิพากษาเพื่อบังคับชำระหนี้
- ร่างคำฟ้อง ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ และดำเนินการส่งหมายให้จำเลย
- ว่าความในชั้นไกล่เกลี่ยและชั้นพิจารณาโดยทนายความผู้รับผิดชอบคดีคนเดิมตลอดคดี
- รายงานความคืบหน้าหลังทุกนัดพร้อมประเมินโอกาสได้รับชำระตามจริง
ยื่นฟ้องภายใน 3 สัปดาห์หลังได้รับเอกสารครบ
ปรึกษา 10 ชั่วโมง
ขอใบเสนอราคาระดับนี้ระดับที่ปรึกษา — บังคับคดีและดูแลพอร์ตลูกหนี้
25,000–60,000 บาทต่อเดือน
รายเดือนแบบที่ปรึกษาประจำ
ธุรกิจที่มีลูกหนี้ค้างชำระหลายรายพร้อมกัน และต้องการทั้งการบังคับคดีและการวางระบบป้องกันหนี้เสียใหม่
- สืบทรัพย์ ยึด อายัด และดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่ได้มา
- ทบทวนสัญญาการค้าและเงื่อนไขเครดิตเพื่อลดความเสี่ยงหนี้เสียรอบถัดไป
- ประสานกับผู้ทำบัญชีให้บันทึกตัดหนี้สูญได้ตรงเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
เริ่มสืบทรัพย์ภายใน 2 สัปดาห์หลังคดีถึงที่สุด
ปรึกษาไม่จำกัดในขอบเขตพอร์ตลูกหนี้
ขอใบเสนอราคาระดับนี้| หัวข้อเปรียบเทียบ | ระดับเริ่มต้น — หนังสือทวงถามและเจรจา | ระดับมาตรฐาน — ดำเนินคดีในชั้นศาล | ระดับที่ปรึกษา — บังคับคดีและดูแลพอร์ตลูกหนี้ |
|---|---|---|---|
| กรอบราคา | 8,000–20,000 บาทต่อลูกหนี้ | 45,000–120,000 บาทต่อคดี | 25,000–60,000 บาทต่อเดือน |
| รอบการเรียกเก็บ | ครั้งเดียวต่อราย | ครั้งเดียว แบ่งชำระตามขั้นตอนคดี | รายเดือนแบบที่ปรึกษาประจำ |
| ระยะเวลาดำเนินงาน | ออกหนังสือภายใน 5 วันทำการ | ยื่นฟ้องภายใน 3 สัปดาห์หลังได้รับเอกสารครบ | เริ่มสืบทรัพย์ภายใน 2 สัปดาห์หลังคดีถึงที่สุด |
| เวลาที่ปรึกษาที่รวมให้ | ปรึกษา 2 ชั่วโมง | ปรึกษา 10 ชั่วโมง | ปรึกษาไม่จำกัดในขอบเขตพอร์ตลูกหนี้ |
| เหมาะกับใคร | เจ้าหนี้การค้าที่มีเอกสารครบและต้องการเรียกชำระก่อนตัดสินใจฟ้อง | ผู้ประกอบการที่เจรจาไม่สำเร็จและต้องการคำพิพากษาเพื่อบังคับชำระหนี้ | ธุรกิจที่มีลูกหนี้ค้างชำระหลายรายพร้อมกัน และต้องการทั้งการบังคับคดีและการวางระบบป้องกันหนี้เสียใหม่ |
บริการเสริมที่สั่งเพิ่มได้
ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการหรือคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย — 35,000–90,000 บาทต่อคำร้อง
ค่าธรรมเนียมศาลและค่าประกาศเรียกเก็บตามจริง
อุทธรณ์หรือฎีกาคำพิพากษา — 40,000–110,000 บาทต่อชั้นศาล
ประเมินโอกาสสำเร็จเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนรับงาน
แปลเอกสารและรับรองสำหรับคู่ความต่างชาติ — 1,500–4,000 บาทต่อหน้า
รวมรับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ
ตัวเลขข้างต้นเป็นกรอบงบประมาณเริ่มต้นสำหรับวางแผน ไม่ใช่ราคาสุดท้าย ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าอากรแสตมป์ และค่าบริการหน่วยงานภายนอกเรียกเก็บตามจริงแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ราคาที่ผูกพันจะระบุในใบเสนอราคาหลังประเมินขอบงานฟรี
สิ่งที่ไม่รวม
- ค่าขึ้นศาล ค่าส่งหมาย ค่าประกาศ และค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งเรียกเก็บตามจริง
- คดีอาญาที่ต้องยื่นแยกต่างหาก เช่น ความผิดเกี่ยวกับเช็ค หรือฉ้อโกง ซึ่งเสนอราคาเป็นคดีใหม่
- การดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกา ซึ่งประเมินราคาเมื่อทราบประเด็นที่โต้แย้ง
ขั้นตอนการทำงาน
1. อ่านเอกสารและวัดโอกาสจริง
ทนายผู้รับผิดชอบอ่านสัญญาและหลักฐานทั้งชุด ตรวจว่ามีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการหรือข้อกำหนดเขตอำนาจศาลที่ปิดทางฟ้องหรือไม่ แล้วให้ความเห็นตรงไปตรงมาว่าควรเดินหน้าหรือไม่
ระยะเวลา: 3–7 วัน
2. ทวงถามอย่างเป็นทางการและเปิดโต๊ะเจรจา
ส่งหนังสือทวงถามโดยทนายพร้อมกำหนดวันชำระ และนัดเจรจาหากอีกฝ่ายตอบกลับ ขั้นนี้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มากที่สุดหากคู่กรณียังต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้า
ระยะเวลา: 2–4 สัปดาห์
3. ยื่นฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณา
ร่างคำฟ้องพร้อมบัญชีระบุพยาน ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เข้าสู่การไกล่เกลี่ยของศาล และสืบพยานตามนัด โดยรายงานความคืบหน้าให้ลูกค้าทุกนัด
ระยะเวลา: 8–18 เดือน
4. บังคับคดีให้ได้รับชำระจริง
เมื่อคดีถึงที่สุด ขอออกหมายบังคับคดี สืบทรัพย์ อายัดบัญชีหรือสิทธิเรียกร้อง และติดตามการขายทอดตลาดจนได้รับเงิน
ระยะเวลา: 3–12 เดือน
ทำไมต้องเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่เอเจนซี่
- เราบอกตั้งแต่ต้นถ้าคดีมีโอกาสชนะแต่ไม่มีทรัพย์ให้บังคับ เพราะการฟ้องเพื่อได้กระดาษหนึ่งใบไม่คุ้มกับเวลาของลูกค้า
- ทีมกฎหมายทำงานร่วมกับทีมบัญชี จึงตัดหนี้สูญและบันทึกผลคดีในงบการเงินได้ถูกต้องในคราวเดียว
- ลูกค้าต่างชาติมีล่ามและสรุปคำเบิกความเป็นภาษาอังกฤษทุกนัด ไม่ต้องรอฟังผลรวบรัดหลังคดีจบ
คำถามที่พบบ่อย
หนี้ค้างนานแล้วยังฟ้องได้อยู่ไหม
ขึ้นอยู่กับประเภทหนี้และเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง เช่น การรับสภาพหนี้เป็นหนังสือหรือการชำระบางส่วน ซึ่งทำให้เริ่มนับใหม่ได้ ควรให้ทนายตรวจเอกสารก่อนสรุปว่าขาดอายุความแล้ว เพราะหลายกรณีมีหลักฐานที่ยืดเวลาออกไปโดยที่ลูกค้าไม่รู้
ค่าทนายคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดหนี้ได้หรือไม่
งานคดีแพ่งสามารถตกลงค่าตอบแทนส่วนหนึ่งผูกกับผลสำเร็จได้ในกรอบที่มรรยาททนายความอนุญาต แต่ต้องมีค่าดำเนินการพื้นฐานเพราะค่าใช้จ่ายในศาลเกิดขึ้นจริงระหว่างทาง เราจะเสนอโครงสร้างค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนรับงานเสมอ
ต้องมาศาลด้วยตัวเองทุกนัดหรือไม่
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง เพราะทนายเข้าแทนได้ในนัดพิจารณาทั่วไป แต่วันสืบพยานที่ลูกค้าเป็นพยานเองต้องมาเบิกความ หากอยู่ต่างประเทศสามารถขอสืบพยานผ่านระบบทางไกลได้ตามที่ศาลอนุญาต
ฟ้องคดีผู้บริโภคต่างจากคดีแพ่งทั่วไปอย่างไร
คดีผู้บริโภคมีขั้นตอนที่ยืดหยุ่นกว่า ผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้อง และภาระพิสูจน์บางเรื่องตกแก่ผู้ประกอบธุรกิจ การเลือกช่องทางฟ้องจึงมีผลต่อค่าใช้จ่ายและกลยุทธ์อย่างมาก เราประเมินให้ก่อนยื่นเสมอ
ถ้าลูกหนี้เป็นบริษัทที่ปิดกิจการไปแล้วทำอย่างไร
ต้องตรวจสถานะทะเบียนว่าเป็นการเลิกกิจการที่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้วหรือเพียงหยุดดำเนินงาน หากยังอยู่ระหว่างชำระบัญชี เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระได้ และในบางกรณีอาจไล่เบี้ยกรรมการหรือผู้ชำระบัญชีที่กระทำโดยมิชอบ
บริษัทต่างชาติฟ้องในไทยต้องวางหลักประกันหรือไม่
ในบางกรณีจำเลยอาจร้องขอให้โจทก์ที่ไม่มีภูมิลำเนาในไทยวางประกันค่าฤชาธรรมเนียม ศาลจะพิจารณาตามรูปคดี เราจึงเตรียมหนังสือมอบอำนาจ เอกสารรับรองบริษัทแม่ และคำแปลรับรองให้ครบตั้งแต่ก่อนยื่น เพื่อไม่ให้ประเด็นนี้ทำให้คดีสะดุด
ระหว่างฟ้องยังเจรจากับลูกหนี้ได้ไหม
ได้และมักเป็นทางที่จบเร็วที่สุด ศาลไทยมีการไกล่เกลี่ยเป็นขั้นตอนปกติ หากตกลงกันได้จะทำเป็นสัญญาประนีประนอมและให้ศาลพิพากษาตามยอม ซึ่งบังคับคดีได้ทันทีหากผิดนัดโดยไม่ต้องเริ่มคดีใหม่
ให้เราดูแลทั้งกระบวนการ
ก่อนตัดสินใจฟ้อง ส่งสัญญาและใบแจ้งหนี้มาให้เราดูก่อนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เราจะบอกตรง ๆ ว่าคดีมีจุดอ่อนตรงไหน มีทางจบเร็วกว่าการฟ้องหรือไม่ และถ้าต้องฟ้องจริงควรตั้งทุนทรัพย์เท่าไรจึงคุ้มค่าธรรมเนียมศาล