Skip to main content

Apostille กับการรับรองผ่านสถานทูต ต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้น

ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจบที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยไม่ต้องไปสถานทูตอีก แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี ต้องผ่านการรับรองที่กรมการกงสุลเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงยื่นขอตราประทับรับรองซ้อนจากคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศนั้นซึ่งประจำอยู่ในไทย จุดตัดสินคือสถานะภาคีของประเทศปลายทาง ไม่ใช่ชนิดของเอกสาร

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อApostille (ประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Hague 1961)Legalization ต่อที่สถานทูต/สถานกงสุลปลายทาง
จุดตัดสินปลายทางเป็นภาคี Hague 1961ปลายทางไม่ใช่ภาคี
จำนวนหน่วยงานที่ต้องผ่านกรมการกงสุลจุดเดียว (หลังแปลและรับรองคำแปล)กรมการกงสุล แล้วต่อด้วยสถานทูต/กงสุลปลายทาง
เอกสารเอกชน (มอบอำนาจ/affidavit)ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรอง (NSA) ก่อนเข้ากงสุลเช่นเดียวกัน แล้วเพิ่มขั้นสถานทูต
ระยะเวลาสั้นกว่า เพราะตัดขั้นสถานทูตออกยาวกว่า ขึ้นกับคิวนัดของแต่ละสถานทูต
ค่าธรรมเนียมค่าธรรมเนียมกรมการกงสุลตามอัตราที่ประกาศค่ากงสุลไทย + ค่าธรรมเนียมสถานทูตปลายทาง (แต่ละแห่งไม่เท่ากัน)
ความเสี่ยงถูกตีกลับมักเกิดจากคำแปลหรือชื่อสะกดไม่ตรงพาสปอร์ตเพิ่มความเสี่ยงจากรูปแบบที่สถานทูตแต่ละแห่งกำหนดเอง

เลือกทางนี้เมื่อApostille (ประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Hague 1961)

  • ปลายทางอยู่ในรายชื่อภาคีบนเว็บไซต์ HCCH
  • ต้องการลดขั้นตอนและรอบการเดินเอกสาร
  • เอกสารเป็นทะเบียนราษฎร ทะเบียนบ้าน ใบรับรองโสด หรือวุฒิการศึกษา

เลือกทางนี้เมื่อLegalization ต่อที่สถานทูต/สถานกงสุลปลายทาง

  • ปลายทางไม่ใช่ภาคี เช่น หลายประเทศในตะวันออกกลางและบางประเทศในเอเชีย
  • หน่วยงานปลายทางระบุชัดว่าต้องมีตราสถานทูตของตน
  • เอกสารใช้กับงานราชการที่มีแบบฟอร์มเฉพาะของสถานทูตนั้น

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ต้นฉบับเอกสารราชการไทย หรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้อง
  • พาสปอร์ตหรือบัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร (สะกดชื่อให้ตรงกับคำแปล)
  • คำแปลเป็นภาษาปลายทางหรือภาษาอังกฤษ
  • หนังสือมอบอำนาจ หากให้ผู้อื่นยื่นแทน
  • แบบฟอร์มเพิ่มเติมของสถานทูตปลายทาง (เฉพาะเส้นทาง B)

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง

    เปิดตารางสถานะภาคีของ HCCH และยืนยันกับหน่วยงานที่จะรับเอกสารว่ารับ apostille หรือไม่

    ระยะเวลา: 1 วันทำการ

  2. 2. จัดหาต้นฉบับที่ถูกต้อง

    ขอคัดสำเนาฉบับใหม่จากสำนักงานเขต/อำเภอ หากฉบับเดิมเก่าเกินหรือชำรุด

    ระยะเวลา: 1–3 วันทำการ (ผันแปรตามสำนักงาน)

  3. 3. แปลและตรวจคำแปล

    แปลโดยผู้แปลที่กงสุลรับ พร้อมตรวจการสะกดชื่อให้ตรงพาสปอร์ตทุกตัวอักษร

    ระยะเวลา: 1–3 วันทำการ

  4. 4. ยื่นกรมการกงสุล

    ยื่นรับรองคำแปลและลายมือชื่อที่กรมการกงสุล เลือกบริการปกติหรือด่วนตามที่เปิดให้บริการ

    ระยะเวลา: ผันแปรตามคิวของกรมการกงสุล

  5. 5. ขั้นสถานทูต (เฉพาะเส้นทาง B)

    จองคิวและยื่นต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลปลายทางในไทย

    ระยะเวลา: ผันแปรตามคิวของสถานทูตแต่ละแห่ง

ข้อควรระวัง

  • สะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงพาสปอร์ตแม้ตัวอักษรเดียว — เป็นสาเหตุถูกตีกลับอันดับหนึ่ง
  • ใช้เอกสารที่ออกมานานเกินกว่าที่ปลายทางกำหนด (หลายแห่งกำหนด 3–6 เดือน แต่ไม่เท่ากัน)
  • เข้าใจว่า apostille ใช้ได้กับทุกประเทศ ทั้งที่ใช้ได้เฉพาะรัฐภาคี
  • นำเอกสารเอกชนเข้ากงสุลโดยยังไม่ผ่านทนายความผู้ทำคำรับรอง
  • แปลเสร็จแล้วเย็บเล่มใหม่เอง ทำให้ตราประทับต่อเนื่องขาด

คำถามที่พบบ่อย

ไทยเข้าเป็นภาคี Apostille แล้วหรือยัง

ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลใช้บังคับกับไทยตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้แนวปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานปลายทางอาจปรับตัวไม่พร้อมกัน จึงควรยืนยันกับหน่วยงานผู้รับเอกสารทุกครั้ง

เอกสารที่รับรองไว้ก่อนหน้านี้ต้องทำใหม่ไหม

โดยทั่วไปเอกสารที่ผ่านการรับรองครบตามเส้นทางเดิมยังใช้ได้ตามเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทาง แต่หลายแห่งกำหนดอายุเอกสารไว้ ถ้าเกินกำหนดต้องขอฉบับใหม่ ให้สอบถามหน่วยงานปลายทางก่อน

แปลเองแล้วให้กงสุลรับรองได้ไหม

กรมการกงสุลรับรองคำแปลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด คำแปลที่ผิดศัพท์ทางกฎหมายหรือรูปแบบไม่ตรงมักถูกตีกลับ การให้ผู้แปลที่ทำงานกับกงสุลเป็นประจำช่วยลดรอบแก้ไข

ต้องมาด้วยตัวเองไหม

งานเอกสารราชการส่วนใหญ่มอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทนได้ แต่เอกสารเอกชนที่ต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง ต้องมาลงนามด้วยตนเองหรือใช้ช่องทางที่ทนายกำหนด

ถ้าไม่อยากเดินเรื่องเอง

เรารับดำเนินการตั้งแต่ตรวจต้นฉบับ แปล รับรองนิติกรณ์ ไปจนถึงขั้นสถานทูต และแจ้งความคืบหน้าเป็นขั้น ๆ พร้อมให้คำปรึกษาว่าเอกสารชุดนั้นจะถูกใช้กับหน่วยงานใดและควรทำกี่ชุด

ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย

เส้นทางเอกสารเลือกผิดหนึ่งครั้ง เสียเวลาเป็นสัปดาห์และค่าธรรมเนียมซ้ำ ทีมเราจะถามก่อนว่า 'เอกสารชุดนี้จะถูกยื่นที่ไหน ใคร เป็นผู้รับ และใช้เมื่อไหร่' แล้วออกแบบเส้นทางย้อนกลับจากปลายทาง ไม่ใช่จากเอกสารที่ถืออยู่ — นี่คือส่วนที่ทำให้เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่คนเดินเอกสาร

แหล่งอ้างอิง

ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

จ.–ส. 09:00–18:00ตอบใน 15 นาที